13 ข้อห้ามของหญิงมุสลิม ห้ามทำเด็ดขาด

Jul 24 , 2017

Kanjana Pattawong

13 ข้อห้ามของหญิงมุสลิม ห้ามทำเด็ดขาด

ข้อห้ามของสตรีทั้ง 13 ข้อ 

ข้อ 1 ห้ามสตรีออกจากบ้านโดยใส่ของหอม

ห้ามบรรดาสตรีออกจากบ้านโดยใส่ของหอม  เนื่องจากการที่พวกนางใส่ของหอมต่อหน้าบรรดาผู้ชายนั้น เป็นการกระตุ้นอารมณ์ของพวกเขา

ดังนั้น  จึงจำเป็นต่อสตรีทุกคน  อย่าออกจากบ้านของนาง  นอกจากความเป็นจำเป็นตามหลักของศาสนา  และให้นางประดับประดาด้วยจรรยามารยาทของศาสนา โดยการคลุมฮิญาบ  สวมใส่อาภรณ์หลวม ๆ ไม่รัดรูป  ปราศภาพลักษณ์ที่ทำให้เกิดการยั่วยวน  ไม่ใส่น้ำหอมในขณะออกจากบ้าน  แต่ทว่า  เมื่อนางกลับถึงบ้าน  ก็อนุญาตให้ใส่น้ำหอมได้ตามที่ต้องการ  โดยมีเงื่อนไขว่า  ต้องไม่ให้ชายอื่นได้กลิ่นหอมนั้น

ข้อ 2 ห้ามภรรยาปฏิเสธการร่วมหลับนอนกับสามี เมื่อเขาร้องขอ

ภรรยานั้นต้องมีสิทธิพึงปฏิบัติต่อผู้เป็นสามี  และส่วนหนึ่งจากบรรดาสิทธิต่าง ๆ  ก็คือ  สิทธิในการแสวงหาความสุขจากนาง  และถือเป็นสิ่งต้องห้ามแก่ภรรยาที่ให้การปฏิเสธสิทธิดังกล่าวที่มีต่อสามี  ถ้าหากไม่เช่นนั้น  นางก็จะได้รับการสาปแช่งจากมวลมะลาอิกะฮ์ด้วยสาเหตุดังกล่าว  และการสาปแช่งนั้น  หมายถึง  บรรดามะลาอิกะฮ์ได้วอนขอดุอาอ์ให้นางห่างไกลจากความเมตตาของอัลเลาะฮ์ตะอาลา  ดังนั้น  นางเป็นรู้สึกอย่างไรเล่า  ที่บรรดามะลาอิกะฮ์ได้ทำการขอดุอาอ์ให้นางห่างไกลจากความเมตตาของอัลเลาะฮ์  และต่อไปจะเป็นเช่นไรในขณะที่นางได้อยู่เบื้อหน้าอัลเลาะฮ์ตะอาลา  (หมายถึง รอรับการสอบสวน)  และการปฏิบัติต่าง ๆ ของนางนั้นได้ถูกนำเสนอ  ซึ่งส่วนหนึ่งในนั้น มีการประพฤติที่ชั่วจนเป็นเหตุให้นางต้องได้รับการลงโทษด้วยสาเหตุของบาปนั้น แต่หากว่า  ภรรยาอยู่ในสภาวะที่ป่วย  มีประจำเดือน  และถือศีลอดในเดือนรอมะฏอน  ก็อนุญาตให้นางปฏิเสธในสิ่งดังกล่าวได้ 

ข้อ 3 ห้ามสตรีพรรณนาหญิงอื่นให้สามีของนางรับฟัง

"ถูกห้ามจากสิ่งดังกล่าวนี้  เพราะผู้ชายคนหนึ่ง  เมื่อได้ยินคุณลักษณะของสตรี ปณิธานของเขาจะสั่นไหว (คือให้ความสนใจ) และหัวใจของเขาจะมุ่งปรารถนา  จิตใจจะคอยแสวงหาคุณลักษณะที่สวยงาม (ที่มีเหมือนกับสตรีคนนั้น)  ดังนั้นบางครั้งการพรรณนาคุณลักษณะ จะเรียกร้องไปสู่ความต้องการคุณลักษณะที่สวยงามนั้น  และบางครั้ง  การให้ความสนใจแสวงหาสิ่งดังกล่าวนั้น  ทำให้เกิดความคะนึงหา(สตรีคนนั้น)"

ข้อ 4 ห้ามสตรีทำการถือศีลอดสุนัต โดยที่สามีอยู่ นอกจาก ได้รับการอนุญาตจากเขา

และสาเหตุการห้าม คือ สามีนั้นมีสิทธิในการหาความสุขกับนางในทุก ๆ วัน  และสิทธิดังกล่าวเป็นสิ่งวายิบ(จำเป็น) อย่างรีบด่วน  ดังนั้นสิทธิดังกล่าวไม่สามารถละเลยด้วยเหตุของการกระทำสุนัตและสิ่งที่วายิบแบบล่าช้า  และหากกล่าวว่าสมควรอนุญาตให้นางทำการถือศีลอดโดยไม่ต้องขออนุญาตจากสามี  เพราะเมื่อสามีต้องการหาความสุขกับนางก็อนุญาตแก่ผู้เป็นสามีได้โดยที่การศีลอดของนางต้องเสียไป  ดังนั้นคำตอบก็คือตามปกติแล้วการถือศีลอดของนางจะมาหักห้ามเขาแสวงหาความสุข   เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้การถือศีลอดของนางเสียไปและคำกล่าวของท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ว่า "โดยที่สามีของนางอยู่ด้วย" หมายถึง อยู่ในเขตเมือง(ที่เขาอาศัยอยู่)  แต่เมื่อสามีได้เดินทาง  ก็อนุญาตให้ภรรยาทำการถือศีลอดได้  เนื่องจากสามีไม่สามารถมาหาความสุขได้ หากนางไม่ได้อยู่พร้อมกับสามี"

ข้อ 5 ห้ามสตรีอวดความสวยงามต่อหน้าบรรดาบุรุษ

ดังนั้นเธอจงพึงระวังจากการอวดโฉมความสวยงามต่อหน้าชายอื่นไม่ว่าจะด้วยการคลุมฮิญาบที่ถูกต้องตามหลักของศาสนาหรือใส่น้ำหอมโดยให้ผู้ชายได้รับกลิ่นหอมนั้น  เพราะทุก ๆ จากสิ่งดังกล่าวจะทำให้ได้รับโทษในวันกิยามะฮ์ 

ข้อ 6 ห้ามขอดุอาอ์ให้ประสบความวิบัติแก่บุตรหลาน

ดังนั้น เราจึงถูกห้ามจากการขอดุอาอ์ให้ประสบความวิบัติแก่เรา , บรรดาบุตรของเรา  , และบรรดาทรัพย์สินของเรา  ,  เพื่อดุอาอ์ดังกล่าวของเราจะไม่ไปตรงกับช่วงเวลาที่ถูกตอบรับ   ดังนั้น  เมื่อดุอาอ์ดังกล่าวของเราถูกตอบรับ  ความวิบัติก็จะมาประสบแก่เราด้วยเหตุดังกล่าว

ข้อ 7 ห้ามเปิดเผยความลับการร่วมสุขระหว่างสามีภรรยา

ห้ามสามีเปิดเผยการเสพสุขระหว่างเขาและภรรยาและพรรณนารายละเอียดดังกล่าว  และห้ามเปิดเผยดังกล่าวที่เกี่ยวกับภรรยาไม่ว่าจะเป็นคำพูด  การกระทำ หรืออื่น ๆ

ข้อ 8 ห้ามสตรีทำการใช้จ่ายทรัพย์สินของสามีนอกจากได้รับการอนุญาตเสียก่อน

มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ภรรยาต้องขออนุญาตในการใช้จ่ายทรัพย์สินของผู้เป็นสามี  และเป้าหมายของการใช้จ่ายตรงนี้  หมายถึง  ใช้จ่ายทรัพย์ในหนทางที่ถูกต้องตามหลักศาสนา  เช่น  ซะกาต  บริจาคทาน  ใช้จ่ายเพื่อสนองความต้องการ  ช่วยผู้ที่เดินทางผ่านมา  หรือผู้ที่ขัดสนดังนั้น  เมื่อนางได้ทำการใช้จ่ายไปตามหลักการที่ศาสนาส่งเสริมจากทรัพย์สินของสามีเหล่านี้  โดยได้ขออนุญาตแล้ว  แน่นอนนางก็จะได้รับผลบุญในการเฉกเช่นเดียวกันกับผู้เป็นสามี

ข้อ 9 ห้ามสตรีทำการ  สัก  ถอนขนที่ใบหน้า และถ่างฟัน

การขจัดขนบนใบหน้า ย่อมครอบคลุมถึง ขนคิ้วด้วยเช่นกัน ท่านอิมามอันนะวาวีย์กล่าวว่า "การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่หะรอม นอกจาก ผู้หญิงที่มีเคราและหนวดงอกขึ้นมา ดังนั้น จึงไม่หะรอมที่จะขจัดมันออกไป ยิ่งกว่านั้น ยังถือว่าเป็นสุนัตให้ขจัด(เคราและหนวดของสตรี)ตามทัศนะของเรา(มัซฮับชาฟิอีย์)...และแท้จริง การห้ามนั้นคือการขจัดขนคิ้วและบริเวณใบหน้า" ดู ชัรหฺซอฮิหฺมุสลิม เล่ม 7 หน้า 361 หะดิษที่ 2125 การถูตัดฟันและการถ่างช่องระหว่างฟัน ซึ่งเป็นสิ่งที่หะรอม เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อัลเลาะฮ์ทรงประทานมาและท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ห้ามไว้แต่การตัดฟันหรือถ่างช่องฟันเพื่อการรักษาหรือปกปิดลักษณะที่น่าเกลียด  ย่อมไม่เป็นไรเนื่องจากการห้ามนั้นเพื่อความสวยงาม  

ข้อ 10 ห้ามสตรีฝ่าฝืนสามีของนาง

สมควรแก่ภรรยาที่ดี(ซอลิหะฮ์) ทำการอยู่ร่วมชีวิตกับสามีด้วยความเพียงพอ  เชื่อฟังและภักดีต่อเขาด้วยความดีงาม  เพราะท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮะวะซัลลัม  ใช้ให้บรรดาภรรยาปฏิบัติดีแก่สามีของพวกนาง  ห้ามทำการฝ่าฝืนและปฏิบัติในแง่ลบกับพวกเขา"คือสตรีที่ภักดี เมื่อเขา(สามีของนาง)ได้สั่งใช้  เธอมีความปิติยินดีเมื่อเขาได้มอง  และเธอจะคอยดูแลรักษาเขา เกี่ยวกับตัวของนางและทรัพย์สินของเขา"

ข้อ 11 ห้ามสตรีปฏิเสธตัดพ้อต่อสามีผู้ร่วมชีวิต

ข้อ 12 ห้ามบรรดาสตรีของหย่ากับสามีโดยไร้เหตุผล

การแต่งงานเป็นบทบัญญัติที่อัลเลาะฮ์ทรงเรียกร้องและท่านร่อซูลุลเลาะอ์ ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้ให้การส่งเสริม  ดังนั้นการแต่งงานจึงเป็นความผูกพันระหว่างชายและหญิงตามหลักการของศาสนา  ที่มีขอบเขตจำกัด  มีกฎระเบียบต่าง ๆ ได้วางไว้  และมีปัจจัยต่าง ๆ ที่ได้รับผลมาจากการแต่งงาน  เช่นการรังสรรค์สังคม ด้วยการมีครอบครัวอิสลามที่อยู่ในทางนำของอัลกุรอานและซุนนะฮ์  ประหนึ่งก้อนอิฐหนึ่งที่ร่วมสร้างสรรค์สังคมที่มีความมีคุณธรรม  แต่บางครั้งอาจเป็นการทำลาย ด้วยเหตุของการมีครอบครัวที่หย่าร้างแยกทางกัน  ซึ่งเป็นผลในแง่ลบที่มีต่อ สามี  ภรรยา ลูก ๆ และสังคม

ข้อ 13  ห้ามสตรีอยู่ตามลำพังกับชายอื่น

ฉะนั้น  จึงมีความจำเป็นต่อสตรีมุสลิมะฮ์ต้องไม่ให้ผู้ใดเข้ามาในบ้านของสามีนอกจากผู้ที่สามีพอใจ  และให้นั่งคุยด้วยมารยาทตามกฎบัญญัติของศาสนาด้วยการคลุมฮิญาบ  ไม่นั่งตามลำพังสองต่อสองและต้องมีความจำเป็นเท่านั้น  ดังนั้นสตรีผู้เป็นภรรยาต้องไม่นั่งพร้อมกับชายอื่น  แม้กระทั่งอยู่ต่อหน้าสามีหรือคนใดจากผู้ที่ไม่สามารถแต่งงานกับนางได้ก็ตาม  -  เพียงเพื่อนั่งพูดคุยหรือพูดจาพาทีกับอีกฝ่ายหนึ่ง   แต่ทว่าการนั่งพูดคุยนั้นมีความจำเป็นทางด้านศาสนา  เช่นเพื่อการเยียวยารักษาหรือเพื่อการแต่งงาน

 

 

 


โพสต์เก่า โพสต์ใหม่กว่า